สนามเด็กเล่น...อันตรายที่ไม่ควรมองข้าม

ปัจจัยหลักที่เป็นสาเหตุที่ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุในสนามเด็กเล่น มี ๓ สาเหตุหลักๆ คือ
๑. การเล่นผิดวิธีของเด็กที่เล่นโดยเล่นแบบเสี่ยงและประมาท
๒.ขาดการควบคุมดูแลเด็กเล็กอย่างใกล้ชิด

๓. เครื่องเล่นไม่ได้มาตรฐานและติดตั้งผิดวิธี


อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจากเครื่องเล่นสนาม มากตามลำดับคือ

๑. เครื่องเล่นตกทับตัวเด็ก ได้แก่ ชิงช้า ลูกโลกหมุน
๒. การตกจากที่สูง เช่น กระดานลื่นทำให้ศรีษะกระแทกพื้นและเลือดออกในสมอง
มาตรฐานสนามเด็กเล่น
เครื่องเล่นต้องมีหลากหลายรูปแบบ ซึ่งแต่ละชิ้นต้องให้ประโยชน์กับพัฒนาการของเด็กแต่ละวัยทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม สติปัญญา รวมทั้งเสริมสร้างการเรียนรู้


๑. พื้นสนาม

ต้องเป็นแบบที่สามารถดูดซับพลังงานป้องกันการกระแทกของศรีษะและลดภาวะเลือดออกในสมองได้ ดังนั้นพื้นสนามที่ดี ต้องเป็นพื้นเรียบ วัสดุอ่อนนิ่มดูดซับพลังงานได้ เช่น ทราย ขี้เลื่อย ที่หนาอย่างน้อย ๙ นิ้วหรือพื้นสนามสังเคราะห์ที่ทำจากยางหรือวัสดุอื่นที่มีการทดสอบแล้ว ถ้าพื้นสนามเป็นพื้นแข็ง ซิเมนต์ อิฐ หรือพื้นหญ้าธรรมดาจะมีความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บศรีษะรุนแรง ความกว้างของสนามเด็กเล่นไม่น้อยกว่า ๕ เมตร หรือมีพื้นที่ไม่ต่ำกว่า ๕๓ ตารางเมตร

๒.ความสูงของเครื่องเล่น (Critical height)

ต้องมีความสูงไม่เสี่ยงต่อการบาดเจ็บรุนแรง คือความสูงไม่เกิน ๑๘๐ ซม. สำกรับเด็กอายุมากกว่า ๕ ปี และความสูงไม่เกิน ๑๒๐ ซม. สำหรับเด็กอายุน้อยกว่า ๕ ปี โดยที่ถ้าเป็นเครื่องเล่นปีนป่ายจะวัดจากพื้นถึงยอดเครื่องเล่นที่เด็กปีนได้ ถ้าเป็นกระดานลื่น จะวัดจากพื้นสนามถึงพื้นที่พักรอลื่น พื้นต่างระดับชั้นบน ชานพัก หรือทางลาด ต้องได้รับการติดตั้งราวจับ(guardrail) หรือผนังกันตก(protective barrier)

๓.พื้นที่ปลอดภัยจากการพลัดตก(fall zone)
เครื่องเล่นที่ทำให้พลัดตกได้ จะต้องวางห่างจากสิ่งอื่นๆ ในระยะที่เพียงพอที่ไม่ทำให้เกิดการกระแทก ระยะห่างที่ดีคือ ๑๘๐ ซม.รอบๆเครื่องเล่น

๔.การป้องกันการติดค้างของศรีษะ (Entrapment)
เครื่องเล่นปีนป่ายหรือเครื่องเล่นที่มีช่องหรือรู ควรมีความกว้างเกิน ๒๓ นิ้ว เนื่องจากรูที่มีความกว้างอยู่ระหว่าง ๙ - ๒๓ นิ้ว จะทำให้ศรีษะติดค้างได้ และหากช่องรูนั้นอยู่สูงเกินกว่าเด็กจะเหยียบถึงพื้นจะทำให้เกิดภาวะคล้ายเด็กถูกแขวนคอ ถ้าช่วยเหลือไม่ทันจะเกิดการขาดอากาศหายใจและเสียชีวิตได้อย่างรวดเร็ว

๕.การป้องกันการกระแทกชนจากเครื่องเล่น
การบาดเจ็บจากชิงช้าเกิดจากการกระแทกชน มักเกิดในเด็กที่มีอายุน้อยกว่า ๖ ขวบ การชนเด็กอื่น เกิดได้ทั้งด้านหน้าและด้านหลังของชิงช้า มักกระแทกชนที่ระดับใบหน้าและศรีษะ เนื่องจากการวางชิงช้าที่ไม่ถูกต้อง วึ่งการจัดวางชิงช้าที่ถูกต้องตัวชิงช้า ควรห่างกันอย่างน้อย ๖๐ ซม.และต้องห่างจากโครงด้นข้าง ๗๕ ซม.ชิงช้าแต่ละชุดไม่ควรเกิน ๒ ตัว ที่นั่งชิงช้า (swing seat) เป็นจุดกระแทกที่สำคัญ ต้องสร้างจากวัสดุที่เบา ยืดหยุ่น และสามารถดูดซับพลังงานได้ เช่น ยาง ระยะห่างปลอดภัยรอบชิงช้า ต้องอย่างน้อย ๑๘๐ ซม. ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง หรืออย่างน้อยเท่ากับ ๒ เท่าของความสูงจากพื้นสนามถึงจุดหมุนของชิงช้า สำหรับการป้องกันการกระแทกชนในกระดานลื่น ด้านหน้าที่เป็นทางออกของการลื่นไหล ควรห่างจากอุปกรณ์อื่นๆอย่างน้อย ๑๘๐ ซม.หรือเทียบเท่ากับความสูงบวกกับอีก ๑๒๐ ซม.

๖.การป้องกันพิษจากสารตะกั่ว
ได้กำหนด ให้สีที่นำมาใช้ต้องมีปริมาณตะกั่วไม่เกิน ๐.๐๖ % (๖๐๐ ppm)

๗.ส่วนประกอบอื่นๆของเครื่องเล่นสนาม
ขนาด ระยะ มุมเอียง ความสูง ความกว้าง ขนาดของราวจับ มือจับ ที่พัก ต้องให้ได้ระดับ ขอบมุมต่างๆ ต้องไม่มีคมหรือมุมแหลม เพื่อไม่ไห้เกิดอันตราย ชิ้นส่วนประกอบหรืออุปกรณ์ยึดของเล่น ต้องอยู่ในสภาพที่ไม่โผล่มาเป็นอันตราย

๘.การตรวจสอบและการดูแลสนามเด็กเล่น
สนามเด็กเล่นทั้งในโรงเรียนและสวนสาธารณะต่างๆ จำเป็นต้องมีการตรวจสอบการใช้งานของเครื่องเล่นอย่างสม่ำเสมอ ให้อยู่ในสภาพดีพร้อมใช้งาน ต้องมีผู้ดูแล สอนและบอกวิธีการเล่นที่ถูกต้อง โดยต้องมีครหรือูพี่เลี้ยงคอยบอกหรือสอนก่อนการเล่น ๕ นาที ก็สามารถกำกับพฤติกรรมการเล่นของเด็กได้บ้างและสามารถป้องกันการบาดเจ็บและเสียชีวิตจากการซุกซนของเด็กได้